วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ย้อนอดีตสู่ปัจจุบัน

ย้อนอดีตสู่ปัจจุบัน
ลำน้ำมูล ส.สุมาลี "ขุนเข่าเวตาล"
        "พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรือง 7 ลุ่มน้ำ งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตพระเหลา เกาะแก่งเขาแสนสวย เลอยค่ด้วย ผ้ไหม ราษฎร์เลื่อมไสใฝ่ธรรม" คือคำขวัญประจำ จ.อำนาจเจริญเมืองที่มีประวัฒิศาสตร์มีมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ารวมทั้งมีธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังได้ชื่อว่เป็นเมืองมวยจากอดีตจวบปัจจุบันได้ก่อเกิดยอดมวยชื่อก้องฟ้าเมืองไทยอย่างมากมาย...และในวันี้เราจะมาย้อนอดีตของ ลน้ำน้ำมูล ส.สุมาลีเจ้าของสมญา "ขุนเข่าเวตาล" กัน ซึ่งยอดมวยรายนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้วมีชื่อเสียงโด่งดังมา เป็นขุนพลปดระจำศึกวันทรงชัย ทีทมีพลังเข่าอันดุดันปะทะมวยดังร่วมสมัยมาอย่างโชกโชน  และมีค่าตัวทะลุหลักแสนบาท มีเข็มขัดแชมป็การรันตีหลายเนด้วยกัน!!!
        ลำน้ำมูล มีชื่อจริงว่า "นายศึกฤทธิ์ กมลฤกษ์ พื้นเพอยู่บ้านหนองแก้ว 48 หมู่ 1 ต.หนองแก้ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ช่วงสมัยเด็กลำน้ำมูลหรือมีชื่อเล่นว่า "โย" ก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่ชอบซุกซนและด้วยหัวใจนักสู้เนื่องจากมีพ่อเป็นนักมวยเก่าและเห็นพี่ชายขึ้นชกมวยสร้างชื่อสร้างรายได้เขาจึงหันมาฝึกหัดเตะเป้าเตะกระสอบด้วยความเต็มใจ
"ตอนนั้นอายุประมาณ 13 ปี ซึ่งเห็นพี่ชายที่ใช้ชื่อว่า "คม ณ นนทชัย" ชกมวยแล้วมีเงินซื้อโน่นซื้อนี่ก็อยากเป็นเช่นนั้นบ้างก็เลยไปหัดมวยกับครูแดง หรือ แดงน้อย ช.ธนสุกาญจน์ ที่ค่ายมวยศิษย์พงษ์เทพ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน มากนัก...ก็หัดมวยอยู่ประมาณ 1 เดนครับ ทางหัวหน้าค่ายคือดาสุคนธ์ ไชยพงษ์ ก็พาไปชกที่เวทีมวยกองบิน 21 ที่ จ.อุบลราชธานี ตอนนั้นน้ำหนักตัว 33 โลโดยใช้ชื่อชกมวกครั้งแรกว่า "พงษ์เทพเล็ก ศิษย์พงษ์เทพ" ผลปรากฏว่าตีเข่าเอาชนะน็กคู่ต่อสู้ไปในยกที่ 3 ได้ค่าตัว 100 บาทดีใจแทบตาย"
ชัยชนะในครั้งรแกสร้างพลังใจให้กับเด็กหนุ่มจากบ้านหนองแก้วอย่างมากหลังจากนั้นเขาก็มาทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมด้วยใจหวังว่าในอนาคตภายหน้าจะต้องก้าวมาเป็นมวยดังที่ผู้คนยอมรับในฝีมือให้ได้
"ก็ซ้อมทุกเช้าเย็นและได้มีโอกาสตระเวนชกตามเวทีภูธรต่าง ๆ เป็นการหาประสบการไปในตัวซึ่งก็ใช้ชื่อนี้ขึ้นกอีกประมาณ 20 ครั้ง จนกรทั่งได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญชีวติ...โดยตอนนั้น ดาสุคนธ์ ไชยพงษ์ แกยุบค่ายครับนัมวยต่างกระจัดกระจาย ในขณะที่ผมก็เคว้งแต่ถือเป็นความโชคดีครับที่ดาบสุคนธ์แกเห็นความมุ่งมั่นและมองเห็นอนาคตก็เลยพาพมมาฝากฝังกับ "เสี่ยสกล วิริยะสุนทร" ที่รู้จักมักคุ้นกันให้ช่วยสานต่อ"
เก็บเสื้อผ้ามาพำนักอยู่ที่ค่ายมวยที่มีชื่อเสียงอย่างค่าย ช.สวัสดิ์, ส.สุมาลี ในเขต อ.วารินชำราบ ชีวิตของโย เริ่มดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งทางด้านเสี่ยสกลก็ให้ความรักความเมตตาตระเวนพาไปชกตามเวทีภูธรจนฝีมือเริ่มแก่กล้ามากขึ้นและเมื่อน้ำหนักตัวถึงเกณฑ์เสี่ยสกลจึงเสนอชื่อมาตะลุยในสังเวียนเมืองกรุงทันที...
"ผมมาอยู่กับเสี่ยสกลตอนนั้นอายุประมาณ 15-16 ปี ซึ่งเสี่ยก็เปลี่ยนชื่อให้ผมเป็น "ลำน้ำมูล ส.สุมาลี" ทันที ซึ่งที่มาของชื่อนี้คงเป็นเพราะช่วงนั้นมีเพื่นร่วมค่ายที่ชื่อ "ลำตะคง" จึงตั้งชื่อให้สอดคล้องและอีกอย่างชื่อนี้มันหมายถึงลำน้ำที่หล่าเลี้ยงชีวิตคนอุบลฯ ด้วยซึ่งก็ชามากนะ...โดยผมเข้ามาชกในรายการศึกวันทรงชัยครั้งแรกเมื่อ ปี 2533 ครับ คู่ชกคนแรกก็คือ "ไก่ชนน้อย ส.สุกัญญา" ผลการชกผมเป็นฝ่ายชนะคะแนนได้รับค่าตัว 2 พันบาทครับ ซึ่งก็รับเต็ม น ไม่มีการหักเพราะตอนนั้นค่าตัวยังน้อยอยู่
ด้วยรูปร่างที่สูงยาวมีพลังเข่าที่ดุดันทางด้าน "บิ๊กซ้ง" ทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์มือทองสมองเพชรจึงป้อนคิวไห้อย่างต่อเนื่องซึ่งทางด้านลำน้ำมูลก็ไม่ได้ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนต้องผิดหวัง เก็บเกี่ยวชัยชนะเป็นว่าเล่น ผลักดันนจากมายยโนเนมจนกระทั่งก้าวเป็นมวยเอกและมีเข็มขัดแชมป์การันตีความเก่งกาจได้สำเร็จ
ในช่วงระหว่างปี 2535-38 ดูเหมือนว่าจะเป็นยุคทองของลำน้ำมูลที่สื่อมวลชนตั้งสมญาให้ว่า "ขุนเข่าเวตาล" เมื่อได้มีโอกาสประทะกับยอดมวยชื่อก้องฟ้าเมืองไทยอย่าง "ไอ้หนุ่มชีวาส" วังจั่นน้อย ส.พลังชัย, "ยอดมวย 2 พ.ศ." แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต, "ขุนเข่าไร้น้ำใจ" หลังสวน พันธ์ยุทธ์ภูมิ, "แชมป์ใจเพชร" เจริญทรัพย์ เกียรติบ้านช่อง, "แข้งมังกร" เมธี เจดีย์พิทักษ์, "ได้ค้างคาว" สามกอ ช.รัชตสุภัค, ได้แมงมุม" ขาวผ่องเล็ก ลูกสุรธรรม, อรรถชัย ป.สำราญชัย แรมโบ้จิ๋ว ป.ทับทิม, น้ำศักดิ์น้อย ยุทธการกำธร, "ยอดเซียน" คฆหาสน์ ส.สุภาวรรณ, ป้อมเพชร นราตรีกุล ฯลฯ
ด้านเกียรติประวัติการชกมวยได้ก้าวครองแชมป์เวทีมวยลุมพินีใน รุ่น 115, 126 และ 130 ปอนต์ตามลำดับ ค่าตัวสูงสุด ที่เคยุได้รับคือ 2 แสนบาท ตอนข้างฟากไปชกกับ  "แมงกระพรุนไฟ" เชิงเนิน ศิษย์พุทธพิมพ์ ที่เวทีราชดำเนิน ซึ่งผลการชกลำน้ำมูลเป็นฝ่ายใช้พลังเข่าความแข็งเกร่งเอาชนะคะแนนอย่างสวยงาม...
กราฟชีวิตมีขึ้นมีลงในช่วงปลายของการค้ากำปั้นลำน้ำมูลเริ่มพ่ายแพ้บ่อยคร้งเนื่องจากสภาพร่างกายเริ่มเป็นอุปสรรคบวกกับอายุที่เริ่มมากขึ้นและภายหลังเกมที่ปะทะกับ วันพิชิต ศิษย์จำลอง ทางด้านลำน้ำมูลก็ตัดสินใจโบกมือลาปิดฉากชีวิตพ่อค้ากำปั้นทันที...
"ตอนนั้นอายุ 32 ปีแล้ว ซึ่งร่างกายไม่เหมือนเก่าก็เลยตัดสินใจเลิกดีกว่า...จากนั้นก็กลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิดช่วยเสี่ยสกลูกพี่ทำงานในโรงโม่หินพร้อม ๆ กับพี่ซุปเปอร์เล็ก ศรอีสาน, จอมภพเล็ก ส.สุมาลี ซญึ่งก็ทำให้อยู่ระยะหนึ่งทาง "หำ" นำขบวนราชพฤกษ์คาเฟ่ ก็ชักชนไปสอนมวยอยู่ที่มาเก๊า ซึ่งผมก็ตัดสินใจไปขุดทองกับเขาด้วย โดยรายได้ที่ไดรับก็ตกประมาณเดือนละ 7-8 หมื่นบาท ทำอยู่เก็บปีก็มีคนชักชนให้ไปสนอนที่อาสเตรเลียอีก็ด้วยความอยากได้เงินผมก็ไปสอนมวยที่โน่นที่นี่อีก 9 เดือน รายได้ก็พอ ๆ กับที่มาเก๊าเลยน่ะ ซึ่งก็ทำอยู่ประมาณ 9 เดือน ต่อมามีคนมาชนไปสอนมวยที่สิงคโปร์...ซึ่งผมมาคิดว่ามันอยู่ใกล้ดีอีกทั้งมีเพื่อน ๆ นักมวยกันเยอะด้วยไม่รู้สึกเหงาก็เลยไปสอนมวยที่สิงคโปร์ ซึ่งนับถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้วครับที่ผมำปักหลักสอนมวยมีรายได้เลี้ยงครอบครัว...โดยตอนนี้ผมถือโอกาสมาพักผ่านอยู่กับครอบครัว แต่เดือน มิ.ย. นี้ก็จะกลับไปสอนมวยตามเดิมแล้ว"
ปัจจุบัน ลำน้ำมูล ส.สุมาลี แต่งงานแล้วมีครอบครัวที่อบอุ่นโดยภรรยาชื่อยุพาภรณ์ กมลฤกษ์ ทำงานอยู่ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.อำนาจเจริญ ส่วนลูก ๆ ทั้งสองคนอยู่ในช่วงวัยเรียน โดยคนโตเป็นผู้หญิงชื่อ ธัญวรัตน์ ส่วนคนเล็กชื่อ ด.ช.วีระชน ด้านทรัพย์สินที่ได้จากการชกมวยปลูกบ้าน 1 หลังราคา 8 แสนบาท มีรถกระบะและเก๋งอย่างละ 1 คัน พร้อมรถจักรยานยนต์...นอกจากนี้แล้วยังลงทุนทำหอพักให้เช่าอาศัยในเขตตัวเมืองอุบลราชธานี มีรายได้ตรงนี้เดือนเกือบสองหมื่นบาท
ด้านข่าวสารในวงการหมัดมวยก็ติดตามตลอด ซึ่งทาง ลำน้ำมูล ส.สุมาลีกว่าว่างการมวยในยุคนี้มีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องมากไป และมวยก็ชกไม่สนุกเหมือนกับยุคก่อน...อย่างไรก็ตามเป้าหมายที่จะทำในอนาคต อยากเปิดยิมฯสอนมวยในเมืองอุบลฯ เพิ่มสืบสาน-สร้างรายได้ต่อไป
ทั้งท้ายก่อนจากทางด้าน ลำน้ำมูลส.สุมาลี เจ้าของสมญา "ขุนเขาเวตาล" ได้ฝากไปยังนักมวยรุ่นหลังว่าของให้ขยันตั้งใจซ้อมตั้งในเก็บเงินเพราะอาชีพชกมวยมีขีดจำกัดไม่นานก็ต้องเลิกจึงควรรู้จักเก็บรู้จักใช้และนอกเหนือสิ่งอื่นใดอย่าได้คิดคดทรยศต่อวิชาชีพอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นจะคิดทำอะไรก็จะไม่มีวันเจริญก้าวหน้า!!!
ซีเนียร์...บันทึก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น